วันอังคารที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2559

รายชื่อโรงเรียนในสุราษฎร์ธานี

โรงเรียนสุราษฎร์ธานี
ตั้งอยู่ที่ ถนนดอนนก ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี
โรงเรียนสุราษฎร์พิทยา
ตั้งอยู่ที่ ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84000 โทรศัพท์ : (077)272104 โทรสาร : (077)28…
โรงเรียนเกาะสมุย 
ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ตำบลอ่างทอง อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี
เครือข่ายพ่วงอรัญ
พัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษทั้ง 4 ทักษะ เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต
โรงเรียนบ้านนาสาร
ตั้งอยู่เลขที่ 1 ถนนเหมืองทวด ตำบลนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84120 โทรศัพท์ 077-341 044 โทรสาร 077…
โรงเรียนเทพมิตรศึกษา
ตั้งอยู่เลขที่ 317 ถนนตลาดใหม่ ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี โทรศัพท์ : (077)272061, 28…
โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย สุราษฎร์ธานี
ตั้งอยู่ที่ ตำบลเลม็ด อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84110 โทรศัพท์ : (077)435200 โทรสาร : (077)43…
โรงเรียนบ้านอู่ตะเภา 
ตั้งอยู่หมู่ 4 ตำบลประสงค์ อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84170
โรงเรียนบ้านเขานาใน 
ตั้งอยู่ที่ หมู่ 8 ตำบลต้นยวน อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84250 โทรศัพท์ 0-7730-2100
โรงเรียนบ้านเสด็จพิทยาคม
ตั้งอยู่หมู่ที่ 11 ตำบลบ้านเสด็จ อำเภอเคียนซา จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84260 โทรศัพท์ 0-7740-3337-8
โรงเรียนเทศบาล 1 (แตงอ่อนเผดิมวิทยา)
ตั้งอยู่เลขที่ 358/4 ถนนตลาดใหม่ ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี
โรงเรียนเทศบาล 5
ตั้งอยู่ที่ถนนดอนนก ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84000 โทรศัพท์ 077-273-515
โรงเรียนเวียงสระ 
ตั้งอยู่อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานเขต…
โรงเรียนไชยาวิทยา
ตั้งอยู่ที่ 161 หมู่ 4 ถนนสันติมิตร ต.ตลาดไชยา อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี 84110 โทรศัพท์ 077 431 079 โ…
โรงเรียนควนสุบรรณ
ตั้งอยู่ที่ ถนนสุราษฎร์-นาสาร หมู่ 2 ตำบลควนสุบรรณ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84120 โทรศั…
โรงเรียนควนสุบรรณวิทยา
ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลควนสุบรรณ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84120 โทรศัพท์ 0-7726-3369
โรงเรียนควนสุบรรณวิทยา 
โรงเรียนควนสุบรรณวิทยา อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี
โรงเรียนดอนสักผดุงวิทย์
ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ตำบลดอนสัก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี
โรงเรียนตาขุน
ตั้งอยู่เลขที่ 105 หมู่ที่ 4 ตำบลเขาวง อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
<!–TOP100–>โรงเรียนทรัพย์ทวี
ตั้งอยู่เลขที่ 39/1 หมู่ที่ 4 บ้านห้วยคุย ตำบลทรัพย์ทวี อำเภอบ้านนาเดิม จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84240
โรงเรียนท่าชนะ
ตั้งอยู่เลขที่ 399 หมู่ 10 ตำบลท่าชนะ อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
โรงเรียนท่าชีวิทยาคม
ตั้งอยู่ที่ ตำบลน้ำพุ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84120
โรงเรียนท่าชีวิทยาคม
ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลน้ำพุ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84120
โรงเรียนบางสวรรค์วิทยาคม 
ตั้งอยู่ที่ ตำบลบางสวรรค์ อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84210 โทรศัพท์ 0-7736-5011-2
โรงเรียนบ้านขุนราษฎร์
ตั้งอยู่ที่หมู่ 1 ตำบลทุ่งเตาใหม่ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84120 โทรศัพท์ 0-7735-8143
โรงเรียนบ้านคลองปราบ 
เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลคลองปราบ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี สังกัดสำนั…
โรงเรียนบ้านควนบก
ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 บ้านควนบก ตำบลเวียงสระ อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84190 โทรศัพท์ 0-773…
โรงเรียนบ้านควนยอ 
ตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ถนนสายเมรัย-โตรม ตำบลไทรขึง อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี สังกัดสำนักงานการปร…
โรงเรียนบ้านควนเจริญ
ตั้งอยู่ หมู่ที่ 3 ตำบลเขานิพันธ์ อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึ…
โรงเรียนบ้านช่องไม้งาม
ตั้งอยู่เลขที่ 124 หมู่ที่ 2 ตำบลเขาวง อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84230
โรงเรียนบ้านดอนทราย 
ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลน้ำพุ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84120 โทรศัพท์ 0-7734-211
โรงเรียนบ้านดอนมะตูม
ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ตำบลน้ำรอบ อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84130 โทรศัพท์ 0-7731-8667
โรงเรียนบ้านท่าขนอน
ตั้งอยู่ที่ หมู่ 1 ตำบลท่าขนอน อำเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84180 โทรศัพท์ : 077-391122
โรงเรียนบ้านธารอารี 
ตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ถนนเอเซีย ตำบลบ้านนา อำเภอบ้านนาเดิม จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84240 สังกัดสำนักงานเข…
โรงเรียนบ้านนาควน
เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลท่าชี อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี
โรงเรียนบ้านน้ำฉา 
หมู่ที่ 9 ตำบลดอนสัก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุราษฎร์ธานี…
โรงเรียนบ้านบนไร่
ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลตะปาน อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84130 โทรศัพท์ 0-7740-1026, 0-77…
โรงเรียนบ้านบางดี
ตั้งอยู่หมู่ที่ 11 ตำบลพ่วงพรมคร อำเภอเคียนซา จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84 210
โรงเรียนบ้านบางใหญ่
ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 ตำบลสาคู อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี
<!–TOP100–>โรงเรียนบ้านบ่อน้ำผุด
ตั้งอยู่หมู่ที่ 9 บ้านบ่อน้ำผุด ตำบลถ้ำสิงขร อำเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84180
โรงเรียนบ้านปลายคลอง
ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 บ้านปลายคลอง ตำบลตะปาน อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84130 โทรศัพท์ 0-773…
โรงเรียนบ้านปากกะแดะ
ตั้งอยู่ หมู่ที่ 6 อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84160
โรงเรียนบ้านยาง 
ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านยาง อำเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84180 โทรศัพท์ 0-7739-1244
โรงเรียนบ้านย่านดินแดง
ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลอิปัน อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84210 โทรศัพท์ 0-7736-9114
โรงเรียนบ้านสี่แยกคลองศิลา
ตั้งอยู่หมู่ที่ 9 ตำบลพ่วงพรมคร อำเภอเคียนซา จังหวัดสุราษฏร์ธานี 84210 โทรศัพท์ 077-439209
โรงเรียนบ้านหนองหญ้าปล้อง 
ตั้งอยู่เลขที่ 30/5 หมู่ที่ 2 ตำบลนาใต้ อำเภอบ้านนาเดิม จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84240 โทรศัพท์ 0-7735…
โรงเรียนบ้านหมาก 
ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ตำบลบางสวรรค์ อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี โทรศัพท์ 0-7738 – 0126
โรงเรียนบ้านห้วยตาหมิง
ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ตำบลปากหมาก อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84110 โทรศัพท์ 0 7738 0144
โรงเรียนบ้านเขาตอก 
ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลเขาตอก อำเภอเคียนซา จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84260 โทรศัพท์ 077-387257
โรงเรียนบ้านโพหวาย
ตั้งอยู่เลขที่ 136/41 หมู่ที่ 5 ตำบลบางกุ้ง อำเภอเมืองฯ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
โรงเรียนปัญญาประชาอุทิศ
ตั้งอยู่เลขที่ 16/1 หมู่ที่ 8 บ้านถ้ำครอบน้ำ ตำบลบางสวรรค์ อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84210
โรงเรียนพระแสงวิทยา
โรงเรียนมัธยมศึกษาประเภทสหศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา กรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ จัดการศึกษาทั…
โรงเรียนพรุพีพิทยาคม
ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลพรุพี อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี โทรศัพท์ 0-7726-7243 โทรสาร 0-7726…
โรงเรียนมัธยมพัชรกิติยาภา
ตั้งอยู่ที่ ตำบลขุนทะเล อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84100
โรงเรียนมัธยมพัชรกิติยาภา 3 สุราษฎร์ธานี 
ตั้งอยู่ที่ ตำบลขุนทะเล อำเภอเมืองฯ จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84100
โรงเรียนวัดกาญจนาราม
ตั้งอยู่เลขที่ 110 หมู่ที่ 1 ตำบลกะแดะ อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84160 โทรศัพท์ 0-7724-…
โรงเรียนวัดจาย
ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลเลม็ด อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84110โทรศัพท์ 077 – 431540
โรงเรียนวัดท่าไทร(ดิตถานุเคราะห์)
ตั้งอยู่เลขที่ 325 หมู่ที่ 2 ตำบลท่าทองใหม่ อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84290
โรงเรียนวัดบางงอน
ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ตำบลบางงอน อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84130
<!–TOP100–>โรงเรียนวัดบางพลา
ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ตำบลลีเล็ด อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี รหัสไปรษณีย์ 84130 โทรศัพท์ 07…
โรงเรียนวัดปัฏนาราม
ตั้งอยู่เลขที่ 3/1 หมู่ที่ 3 ตำบลท่าเรือ อำเภอบ้านนาเดิม จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84240 โทรศัพท์ 0-77…
โรงเรียนวัดอัมพาราม
ตั้งอยู่ หมู่ที่ 3 อำเภอท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84150
โรงเรียนวัดเกษมบำรุง
ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลบางงอน อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84130 โทรศัพท์ 077-318869
โรงเรียนวัดเขาสุวรรณประดิษฐ์
ตั้งอยู่เลขที่ 7 หมู่ 5 ตำบลดอนสัก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84220 โทรศัพท์ : 077-371412
โรงเรียนวัดเวียงสระ
ตั้งอยู่ หมู่ที่ 7 บ้านเวียงสระ ตำบลเวียงสระ อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84190
โรงเรียนวัดแหลมไผ่
ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลมะลวน อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84130 โทรศัพท์ 0-7268-686
โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์สุราษฎร์ธานี
ตั้งอยู่เลขที่ 55 หมู่ 9 ตำบลขุนทะเล ถนน สุราษฎร์-นาสาร อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84100
โรงเรียนสุราษฎร์ธานี 2 
ตั้งอยู่เลขที่ 164 หมู่ที่ 5 ตำบลมะขามเตี้ย อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี
โรงเรียนสุราษฎร์ธานี ฝ่ายบริการ งานประชาสัมพันธ์
แนะนำงานประชาสัมพันธ์ ฝ่ายบริการ โรงเรียนสุราษฎร์ธานี วิสัยทัศน์ ภารกิจ โครงสร้างบริการ ข้อมูลบุค…
โรงเรียนสุราษฎร์พิทยา ม.6/5
เว็บห้องของนักเรียนชั้น ม.6/5 โรงเรียนสุราษฎร์พิทยา เพื่อเป็นแหล่งพบปะสังสรรค์ พูดคุย และประกาศข่…
โรงเรียนหมู่บ้านป่าไม้พระราชประสงค์ 1
ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลสินเจริญ อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84210 โทรศัพท์ 0-7736-8444, 0-77…
โรงเรียนอนุบาลดวงใจแม่ 
ตั้งอยู่เลขที่462/83 หมู่1 ตำบลอิปัน อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84210
โรงเรียนเวียงสระ สาระคอมพิวเตอร์ 
ข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มสาระการเรียนรู้คอมพิวเตอร์ โรงเรียนเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ธนาคารในไทย

ธนาคารกลางแห่งชาติ

ธนาคารแห่งประเทศไทย (Bank of Thailand)

ธนาคารของรัฐบาล

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (Small and Medium Enterprise Development Bank of Thailand)
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (Bank for Agriculture and Agricultural Cooperatives)
ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (Export-Import Bank of Thailand)
ธนาคารออมสิน (Government Saving Bank)
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (Government Housing Bank)
ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (Islamic Bank of Thailand)

ธนาคารพาณิชย์ของรัฐบาล

ธนาคารกรุงไทย (Krung Thai Bank) - รัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงการคลัง
ธนาคารทหารไทย (TMB Bank) - กลุ่มกองทัพไทย เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่

ธนาคารพาณิชย์

ธนาคารกรุงเทพ (Bangkok Bank)
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (Bank of Ayudhaya)
ธนาคารกสิกรไทย (KasikornBank)
ธนาคารเกียรตินาคิน (Kiatnakin Bank)
ธนาคารซิติแบงก์ (Citibank)
ธนาคารทหารไทย (Thai Military Bank)
ธนาคารทิสโก้ (Thai Investment and Securities Company Bank)
ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย (CIMB Thai Bank)
ธนาคารไทยพาณิชย์ (Siam Commercial Bank) - สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่
ธนาคารธนชาต (Thanachart Bank)
ธนาคารนครหลวงไทย (Siam City Bank)
ธนาคารยูโอบี (United Overseas Bank, Thailand)
ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดไทย (Standard Chartered Bank Thai)
ธนาคารเมกะสากลพาณิชย์ (Mega International Commercial Bank)
ธนาคารไอซีบีซี (ไทย) (ICBC Thai Limited Bank)
ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Bank)

ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย

ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เพื่อรายย่อย (Land and Houses Retail Bank)
ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย (Thai Credit Retail Bank)

ธนาคารไทยในอดีต

ธนาคารกรุงเทพ พาณิชย์การ (Bangkok Bank of Commerce)
ธนาคารเกษตร (Kaset Bank)
ธนาคารดีบีเอส ไทยทนุ (DBS Thai Dhanu Bank)
ธนาคารไทย (Thai Bank)
ธนาคารไทยทนุ (Thai Dhanu Bank)
ธนาคารไทยธนาคาร (BankThai)
ธนาคารไทยพัฒนา (Thai Development Bank)
ธนาคารนครธน (Nakhonthon Bank)
ธนาคารเพื่อการสหกรณ์ (Bank for Cooperatives)
ธนาคารศรีนคร (Bangkok Metropolitan Bank)
ธนาคารมณฑล (Mondol Bank)
ธนาคารมหานคร (First Bangkok City Bank)
ธนาคารยูโอบี รัตนสิน (UOB Ratdhanasin Bank)
ธนาคารรัตนสิน (Ratdhanasin Bank)
ธนาคารแหลมทอง (Lamthong Bank)
ธนาคารสิงขร (Singkol Bank)
ธนาคารสยาม (Sayam Bank)
ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์ดเตอร์นครธน (Standard Charterd Nakhonthon Bank)
ธนาคารสหธนาคาร (Union Bank of Bangkok)
ธนาคารสหมาลายัน (SahaMalayan Bank)
ธนาคารหวั่งหลีจัน (Wang Lee Jan Bank)
ธนาคารเอเชีย (Bank of Asia)
ธนาคารเอเชียทรัสต์ (Asia Trust Bank)
บริษัท แบงก์สยามกัมมาจลทุน จำกัด (Siam Commercial Bank)
บริษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (Industrial Fund Company of Thailand)
บริการทางการเงินตามหลักซารีฮะห์ ของ ธนาคารกรุงไทย (KTB Sharihah Bank)

ความสำคัญของคอมพิวเตอร์

   ปัจจุบันเทคโนโลยีและการสื่อสารได้เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ในการดำเนินชีวิตประจำวันของมนุษย์อุปกรณ์สื่อสารและคอมพิวเตอร์ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินกิจกรรมต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกษาค้นคว้าและการทำธุรกิจ ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ทำให้องค์กรต่างๆ นำเทคโนโลยีเหล่านี้เข้ามาช่วยในการดำเนินงานขององค์กรให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการรับ-ส่งข้อมูลข่าวสารอิเล็กทรอนิกส์ การทำธุรกิจและให้บริการบนอินเตอร์เน็ต ตลอดจนการใช้เป็นเครื่องมือช่วยในการทำงาน
                ไม่เพียงแต่ในองค์กรต่างๆ เท่านั้นที่นำคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้งาน ผู้ใช้ตามบ้านโดยทั่วไป ก็ได้จัดหาคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ส่วนตัวกันมากขึ้น เนื่องจากคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันมีราคาถูก แต่มีประสิทธิภาพสูง รวมทั้งสามารถใช้งานได้ง่ายกว่าในอดีตมาก จนมีการประมาณการกันว่า ในอนาคตคอมพิวเตอร์จะเป็นอุปกรณ์พื้นฐานในทุกๆ ครัวเรือนเหมือนกับเครื่องรับโทรทัศน์
                ด้วยสถานการณ์ดังกล่าว การเรียนรู้การใช้งานคอมพิวเตอร์ในระดับเบื้องต้น จึงเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในการทำงานการศึกษาหรือเพื่อความบันเทิง ให้มีประสิทธิภาพและความสะดวกเพิ่มมากขึ้น
                คอมพิวเตอร์มีข้อดีอย่างไร มนุษย์เราจึงได้นำมาใช้งานกันอย่างกว้างขวาง ก่อนที่จะตอบคำถามนี้ได้ เราต้องทราบคุณสมบัติพื้นฐานของคอมพิวเตอร์เสียก่อน ซึ่งมีอยู่ 5 ประการที่สำคัญดังนี้

                                1. ทำงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (electronic machine)
                                คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในการบันทึกข้อมูล ประมวลผล และแสดผลลัพธ์ การจัดเก็บข้อมูลที่บันทึกผ่านทางแป้นพิมพ์หรืออุปกรณ์อื่นๆ ข้อมูลเหล่านี้จะถูกแปลงให้เป็นสัญญาณไฟฟ้าเพื่อให้คอมพิวเตอร์เข้าใจและสามารถประมวลผลได้ และเมื่อคอมพิวเตอร์ประมวลผลเรียบร้อยแล้ว ข้อมูลที่เป็นสัญญาณไฟฟ้าจะถูกแปลงกลับให้เป็นรูปแบบที่มนุษย์สามารถเข้าใจได้

                                2. การทำงานด้วยความเร็วสูง (speed)
                                เนื่องจากการทำงานของคอมพิวเตอร์เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ ดังนั้นการดำเนินงานต่างๆ จึงสามารถกระทำได้อย่างรวดเร็ว (มากกว่าพันล้านคำสั่งในหนึ่งวินาที)

                                3. ความถูกต้องแม่นยำเชื่อถือได้ (accuracy and reliability)
                                คอมพิวเตอร์จะทำงานตามคำสั่งที่มนุษย์เขียนโปรแกรมหรือคำสั่งไว้ ถ้าผู้ใช้ป้อนข้อมูลและชุดคำสั่งมีความถูกต้อง ผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผลก็จะมีความถูกต้องเชื่อถือได้

                                4. การเก็บข้อมูลได้ในปริมาณมาก (storage)
                                คอมพิวเตอร์มีหน่วยความจำที่ทำหน้าที่เก็บข้อมูลที่บันทึกเข้าไป ความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลนี้จะขึ้นอยู่กับขนาดของคอมพิวเตอร์ เช่น เครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันจะมีหน่วยเก็บข้อมูลสำรองที่สามารถบันทึกข้อมูลได้มากกว่าหนึ่งล้านตัวอักษร

                                5. การสื่อสารเชื่อมโยงข้อมูล (communication)
                                คอมพิวเตอร์สามารถติดต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ และสามารถทำงานที่หลากหลายมากขึ้นกว่าการใช้คอมพิวเตอร์แบบระบบเดี่ยว ตัวอย่างเช่น การนำคอมพิวเตอร์เชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ตเพื่อการสืบค้นข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์อื่น (remote computer)

                จากคุณสมบัติของคอมพิวเตอร์เราจะเห็นได้ว่า คอมพิวเตอร์สามารถทำงานหลายๆ อย่างที่มนุษย์ไม่สามารถทำได้ หรือถ้ามนุษย์ทำได้ ก็จะใช้เวลามากและมีข้อผิดพลาดมากมาย เช่น การคำนวณตัวเลขหลายหลักเป็นจำนวนมากภายในเวลาจำกัดการทำงานในแบบเดียวกันซ้ำๆ หลายล้านครั้ง หรือการจดจำข้อมูลตัวเลขและตัวหนังสือหลายหมื่นหน้าโดยไม่มีการลืม งานที่น่าเบื่อและยุ่งยากเหล่านี้เราสามารถใช้คอมพิวเตอร์ทำงานแทนได้ โดยเรามีหน้าที่เพียงเป็นผู้สั่งการเท่านั้น

วันพุธที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2559

คอมพิวเตอร์ในประเทศไทย

   
        เริ่มใช้ในปี พ.ศ. 2506 โดย  ผู้ที่ริเริ่มนำเครื่องคอมพิวเตอร์มาใช้ในประเทศไทยคนแรก คือศาสตราจารย์บัณฑิต กันตะบุตร หัวหน้าภาควิชาสถิติและเลขาธิการสถิติแห่งชาติ เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2506 เครื่องที่ใช้ ครั้งแรกคือ เครื่อง IBM 1620 ( ในขณะนั้นประมาณสองล้านบาทเศษ) ซึ่งติดตั้งที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย
         เริ่มใช้ในการศึกษา วิจัย การพัฒนาสถิติของประเทศ  เน้นในด้านการปฏิบัติงานสำมะโนและในด้านการค้นคว้า และวิจัยนานาประการ  หลายประเทศ เช่น มาเลเซีย ศรีลังกา และสิงคโปร์ก็สนใจส่ง เจ้าหน้าที่มาดูการ ปฏิบัติงานของเครื่องอีกด้วย เพราะประเทศของเขาเองยังไม่มี  โดยในปัจจุบัน (พ.ศ. 2554)เครื่องนี้อยู่ที่ท้องฟ้าจำลอง กรุงเทพฯ  

         นับจากวันนั้นมาคอมพิวเตอร์เมนเฟรมถูกนำเข้ามาใช้งานอย่างกว้างขวางตามหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน และมหาวิทยาลัย และเป็นไอบีเอ็มอีกนั่นแหละที่ร่วมบุกเบิกคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปนำคอมพิวเตอร์ไปใช้งานทำบัญชี เขียนรายงาน นำเสนองาน วาดภาพ และจิปาถะ ก่อนขายธุรกิจคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและโน้ตบุ๊กให้เลอโนโวสานต่อ
         จากเครื่องคอมพิวเตอร์แรก ก็มีวิวัฒนาการ Timeline ในการนำมาใช้ในประเทศไทยต่อมา ตามลำดับดังนี้
  • ปี พ.ศ.2507 เดือนมีนาคม เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องที่สอง ได้แก่ "เมนเฟรมคอมพิวเตอร์" IBM 1401 ( มูลค่าประมาณ 8 ล้านบาท ) ขนาดพอกับเครื่องถ่ายเอกสารประจำสำนักงาน   ติดตั้งที่สำนักงานสถิติแห่งชาติ ใช้งานเก็บบันทึกข้อมูลประชากร การนำมาประมวลผล การสำรวจสำมะโนประชากร เพื่อใช้กำหนดนโนบายเศรษฐกิจและสังคม  จากเดิมต้องใช้เวลานานหลายปี แต่เมื่อนำระบบคอมพิวเตอร์ประมวลผลสูงเข้ามาใช้ การรวบรวมข้อมูลประชากรทั่วประเทศสามารถทำเสร็จในเพียง 18 เดือน
  • ปี พ.ศ. 2507 ได้เริ่มนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในงานธุรกิจขนาดใหญ่ในประเทศไทย คือ บ.ปูนซีเมนต์ไทย กับ ธนาคารกรุงเทพ
  • ปี พ.ศ. 2517 ตลาดหลักทรัพย์ ได้นำคอมพิวเตอร์ไปใช้งาน ในด้านการซื้อขายหุ้น โดยใช้ เครื่องมินิคอมพิวเตอร์
  • ปี พ.ศ. 2522 : ได้นำ ไมโครคอมพิวเตอร์ ไปใช้ในธุรกิจขนาดเล็กมากขั้น
  • ปี พ.ศ. 2525 : ได้นำคอมพิวเตอร์มาใช้ในด้านการเรียนการสอน ได้แก่ มหาวิทยาลัย โรงเรียนต่างๆ และมีการเปิดสอนวิชาคอมพิวเตอร์กันอย่างแพร่หลาย

  • ศาสตราจารย์ บัณฑิตกันตะบุตร ผู้ซึ่งนำระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ในประเทศไทยเป็นคนแรก และเป็นผู้ริเริ่มการสอนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในมหาวิทยาลัย ได้สิ้นชีวิต เมื่อวันเสาร์ที่ 2 ธันวาคม 2543 

    ศาสตราจารย์ บัณฑิตกันตะบุตร เกิดที่จังหวัดลำปาง เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2458 หลังจากเรียนจบชั้นมัธยม 8 ที่โรงเรียนอัสสัมชัญกรุงเทพฯ ท่านเดินทางไปศึกษาต่อในประเทศฟิลิปปินส์ จนสำเร็จปริญญาตรี (B.S.) จาก Far Eastern University และ ปริญญาโท (M.S.) จาก The University of Philippines หลังจากนั้นท่านบินข้ามทวีป ไปศึกษาต่อ ณ.ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ the University of Chicago ได้รับปริญญา MBA เน้นหนักวิชาคณิตศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์

     ระหว่างที่ศาสตราจารย์ บัณฑิต กันตะบุตร ดำรงตำแหน่งเป็นเลขาธิการสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) พร้อม ๆ กับเป็นผู้ก่อตั้ง และหัวหน้าภาควิชาสถิติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ท่านมองเห็นศักยภาพของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สามารถปฏิวัติการศึกษา และการพัฒนาประเทศไทย ท่านจึงได้หาเงินทุนสนับสนุนจากองค์กรระหว่างประเทศ และทรัพยากรอื่น ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญจากแหล่งต่าง ๆ เพื่อจัดหา และติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์สองระบบแรกของประเทศไทย คือ เครื่อง IBM 1620 ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเครือ่ง IBM 1401 ที่สำนักงานสถิติแห่งชาติ ในเวลาไล่เลี่ยกัน ในปี พ.ศ.2506

ประโยชน์ของคอมพิวเตอร์


ประโยชน์ของคอมพิวเตอร์ 
                  
      เราได้นำเอาลักษณะเด่นของคอมพิวเตอร์มาใช้ประโยชน์ในการดำเนินชีวิตประจำวันในสังคมและที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คือ การใช้ในการพิมพ์เอกสารต่าง ๆ เช่น พิมพ์รายงาน จดหมาย เอกสารต่าง ๆ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการนำคอมพิวเตอร์ไปประยุกต์ใช้ในงานด้านต่าง ๆ อีกมากมาย เช่น  
1 งานธุรกิจ บริษัท ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า รวมไปถึงโรงงานต่าง ๆ ซึ่งจะใช้คอมพิวเตอร์ในการทำบัญชี งานประมวลคำ และใช้ติดต่อกับหน่วยงานต่าง ๆ นอกจากนี้ในงานอุตสาหกรรม จะนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในการควบคุมการผลิต เช่น การใช้หุ่นยนต์หรือ คอมพิวเตอร์มาควบคุมการผลิต สำหรับงานด้านบันเทิง เราได้นำคอมพิวเตอร์มาใช้ประโยชน์ในการสร้างภาพยนต์ เพลง หนังสือ สิ่งพิมพ์ โฆษณา ผลิตสื่อต่าง ๆ เป็นต้น 
2 งานวิทยาศาสตร์ การแพทย์ และงานสาธารณสุข เราสามารถนำคอมพิวเตอร์มาใช้ประโยชน์เกี่ยวกับการคำนวณที่ค่อนข้างซับซ้อน งานศึกษาโมเลกุลเคมี หรืองานทะเบียน สถิติ และนอกจากนี้เรายังนำคอมพิวเตอร์ไปเป็นอุปกรณ์ในการตรวจรักษาโรค ซึ่งจะให้ผลที่แม่นยำและยังทำให้การรักษาเป็นไปได้รวดเร็วยิ่งขึ้น 
3 งานคมนาคมและสื่อสาร   เรานำระบบคอมพิวเตอร์มาใช้ควบคุมระบบการจราจร เช่น สัญญาณไฟจราจร และการจราจรทางอากาศ หรือในการสื่อสารก็จะใช้ในระบบการสื่อสารแบบเคลื่อนที่ นอกจากนี้ยังใช้ควบคุมวงโคจรของดาวเทียม เพื่อให้อยู่ในวงโคจร ซึ่งจะช่วยให้การส่งสัญญาณให้ระบบการสื่อสารมีความชัดเจน 
4 งานราชการ   การใช้งานในหน่วยงานราชการนั้นมีหลายรูปแบบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบทบาทและหน้าที่ของหน่วยงานนั้น ๆ เช่น กระทรวงศึกษาธิการ มีการใช้ระบบประชุมทางไกลผ่านคอมพิวเตอร์ สำหรับสรรพกร จะนำไปใช้ในการจัดเก็บภาษี บันทึกการเสียภาษี และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ใช้ในการจัดระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เพื่อเชื่อมโยงไปยังสถาบันต่าง เป็นต้น 
5 งานวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม   สถาปนิกและวิศวกรจะใช้คอมพิวเตอร์ในการออกแบบ หรือจำลองสถานการณ์ต่าง ๆ รวมทั้งการใช้ควบคุมและติดตามความก้าวหน้าของโครงการ เช่น คนงาน เครื่องมือ ผลการทำงาน
6 การศึกษา เราจะนำคอมพิวเตอร์มาใช้ประโยชน์ทางด้านการเรียนการสอน หรืองานด้านทะเบียน ซึ่งจะทำให้สะดวกต่อการค้นหาข้อมูลนักเรียน การเก็บข้อมูลยืมและการส่งคืนหนังสือห้องสมุด เป็นต้น ข้อมูลจาก คณะบริหารธุรกิจ ภาคภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ประโยชน์ของคอมพิวเตอร์ เราได้

ประโยชน์อะไรจากการเรียนคอมพิวเตอร์ 
  
1 ทันสมัย ทันเหตุการณ์ ทันข้อมูลข่าวสาร ทันโลก ช่วยให้เราสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ทั่วโลก 
2 ช่วยให้การเรียน การทำงาน ทันสมัยและไรับความสะดวกมากยิ่งขึ้น เช่น ได้เรียนรู้จากสื่อที่ทันสมัยที่สร้างด้วยคอมพิวเตอร์ ที่เรียกว่า โปรแกรม CAI 
3 เป็นแหล่งการเรียนรู้ที่ดีเยี่ยม ช่วยในการค้นคว้าหาความรู้เป็นห้องสมุดขนาดใหญ่ 
4 ช่วยรับ - ส่งข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว
 5 ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด เช่น เกม ดูภาพยนตร์ ฟังเพลง ร้องเพลง 
6 ช่วยสร้างงานศิลปะ ออกแบบชิ้นงานได้อย่างสร้างสรรค์ สวยงาม       
         ประโยชน์ของคอมพิวเตอร์แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ 
1 ประโยชน์ทางตรง  ช่วยให้มนุษย์ทำงานได้โดยตรงคือคอมพิวเตอร์ทำงานได้เที่ยงตรง รวดเร็ว ไม่เหน็ดเหนื่อย ช่วยผ่อนแรงมนุษย์ ในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านการคำนวณ พิมพ์งาน บันทึกข้อมูล ประมวลผล ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานในแวดวงใน หากนำคอมพิวเตอร์เข้าช่วยงาน จะช่วยแบ่งเบาภาระงานได้เป็นอย่างดีและมีประสิทธิภาพ 
2 ประโยชน์ทางอ้อม   คอมพิวเตอร์ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต เช่น ช่วยในการเรียนรู้ให้ความปันเทิงความรู้ ช่วยงานบันเทิงพัฒนางานด้านต่าง ๆ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีอันส่งผลให้ความเป็นอยู่ของมนุษย์ดีขึ้น เป็นต้น    
    ข้อดี-ข้อเสียของคอมพิวเตอร์ ข้อดี มีดังนี้ 
1 ความเร็วสูง 
2 ความถูกต้องแม่นยำและน่าเชื่อถือ 
3 ความสามารถในการจำหรือรักษา
 4 การประหยัด 
5 การใช้งานได้อีกหลายๆด้าน 
       ข้อเสีย 
1 การทำงานยังต้องขึ้นอยู่กับมนุษย์ 
2 การวางระบบงานคอมพิวเตอร์ต้องใช้เวลานาน
 3 การรบกวนระบบงานปกติ

วันอังคารที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2559

การแก้ปัญหาด้วยกระบวนการสารสนเทศ


การแก้ปัญหาด้วยกระบวนการสารสนเทศ

     การแก้ปัญหามีหลายวิธี ขึ้นกับชนิดของาน วิธีการแก้ปัญหาอย่างหนึ่งอาจแก้ปัญหาอีกอย่างหนึ่งไม่ได้ และการแก้ปัญหาอาจจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีสารสนเทศหรือไม่ก็ได้ ดังนั้น จึงควรยึดหลักการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ เพื่อไม่ให้เสียเวลา หลงทาง และสับสน วิธีการแก้ปัญหาแต่ละวิธีมีความเหมาะสมกับงานแตกต่างกันไป ก่อนที่จะใช้วิธีแก้ปัญหา ด้วยกระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศ จะขอยกวิธีการแก้ปัญหาอย่างมีขั้นตอนโดยทั้วไป มาให้พิจารณาดูจำนวนหนึ่ง
                                                                  
1.1 หลักการแก้ปัญหาตามวิธีวิทยาศาสตร์ ( Scientific method ) วิธีการแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์เป็นวิธีที่มีมานานมากแล้ว ซึ่งใช้ศึกษาค้นคว้าความรู้ใหม่ๆ ตั้งแต่หลายร้อยปีก่อน จนเกิดความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ด้านต่างๆ มากมายอย่างทุกวันนี้ หลักการแก้ปัญหา ทางวิทยาศาสตร์ มีดังนั้
1. เก็บข้อมูลเบื้องต้น โดยการศึกษา สังเกตเหตุการณ์หรือปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ
2. ตั้งสมมิฐานเกี่ยวกับสาเหตุ แนวความคิด หรือทฤษฎี ของการเกิดปรากฎการณ์และทางการแก้ปัญหา
3. พัฒนาการวิธีการที่จะทดสอบสมมติฐานหรือทฤษฎีตามข้อ 2
4. ทำการทดลองเพื่อพิสูจน์สมมติฐานหรือทฤษฎี โดยตั้งวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน อาจมีการตั้งกลุ่มทดลองภายใต้การควบคุม เปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่ควบคุม ทำการบันทึกผลการทดลองที่สังเกตพบไว้อย่างละเอียดแม่นยำ
5. วิเคราะห์ผลการทดลอง เพื่อหาคำตอบว่าสมมติฐานที่ตั้งไว้นั้นเป็นจริงหรือไม่
6. เขียนรายงานสรุปผลคำตอบที่ได้ผลที่ได้จากวิธีนี้เป็นที่ยอมรับกันมาก เนื่องจากเป็นวิธีที่พิสูจน์ได้ เห็นผลชัดเจน และ มีวัตถุประสงค์เด่นชัด แต่ผลที่ได้อาจขาดความคิดสร้างสรรค์ หรือบางครั้งสำหรับปัญหาง่ายๆ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ขั้นตอนมากมายเช่นนี้ และปัญหาบางอย่างก็อาจใช้ไม่ได้เลย เพราะทดลองไม่ได้
1.2 หลักการแก้ปัญหาตามวิธีการทางวิศวกรรม ( Engineering problem solving ) วิธีเหมาะกับการแก้ปัญหาในการออกแบบผลิตภัณฑ์ สินคัา หรือเพื่อสร้างสิ่งใหม่หรือเพื่อการแก้ปัญหาในเชิงวิศวกรรม มีขั้นตอนดังนี้
1. วิเคราะห์ปัญหา กำหนดรายละเอียดปัญหาให้ชัดเจนเป็นข้อๆ กำหนดความ ต้องการและข้อจำกัดในการแก้ปัญหาเป็นข้อๆวิเคราะห์ข้อมูลว่ามีข้อมูลใดที่มีอยุ่แล้วและใช้ได้อะไรคือสิ่งที่ยังไม่รู้และต้องการรู้
2. สร้างแบบจำลองวิธีการแก้ปัญหา ( Define model ) อาจเป็นแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ หรือบางกรณีต้องสร้างแบบจำลองย่อส่วนจากของจริง คิดค้นหาสูตรสมการที่จะใช้แก้ปัญหา เก็บข้อมูลที่ต้องใช้แก้ปัญหา
3. คำนวณหาคำตอบโดยใช้แบบจำลอง วิธี และสมกาในข้อ 2 ตรวจสอบผลลัพธ์ที่ได้ว่าถูกต้องเหมาะสมหรือไม่
4. ผลลัพธ์หรือคำตอบที่ได้มีเหตุผลว่าถูกต้องเหมาะสม จึงนำไปปฏิบัติ
1.3 วิธีการแก้ปัญหาแบบสร้างสรรค์ ( Creative problem solving ) วิธีนี้เป็นวิธีแก้ปัญหาที่ใช้แนวคิดแบบสร้างสรรค์ สามารถนำไปใช้งานได้กว้างขวาง ซึ่งมีหลายวิธีเช่นกันในที่นี้ขอยกตัวอย่างวิธีของ Sidney J. Parnessดังนี้
1. ใช้ความสังเกตอย่างพินิจพิเคราะห์ คือให้ตื่นตัวตกใจ ใช้ตาดูหูฟัง เพื่อให้มองเห็นปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น และมองเห็นวิธีแก้ปัญหาที่อาจเป็นไปได้
2. ค้นหาความจริง โดยเก็บรวบรวมข้อมูล เช่น ทำการศึกษา ทดลอง หรือทำวิธีใดๆที่เหมาะสม
3. ค้นหาปัญหา เพื่อดูว่าปัญหาที่แท้จริงคืออะไร สาเหตุของการเกิดคืออะไร
4. ค้นหาแนวความคิดในการแก้ปัญหา โดยการคิดค้นวิธีการแก้ปัญหาหลายๆวิธีที่อาจใช้ได้ อย่าเพิ่งด่วนสรุปวิธีนั้นวิธีนี้ดีที่สุด ทำการประเมินและปรับปรุงแนวคิดให้ดีขึ้น
5. ค้นหาวิธีการแก้ปัญหาที่เหมาะสม โดยการกำหนดเกณฑ์ในการเลือกวิธีใดวิธีหนึ่งจากวิธีที่คิดไว้หลายๆวิธี เช่น เลือวิธีที่เร็ว ราคาถูก และดีเพียงพอกับความต้องการ
6. ค้นหาวิธีการยอมรับวิธีแก้ปัญหาที่เลือกไว้ โดยหาวิธีที่จะทำให้ตนเองและผู้เกี่ยวข้องยอมรับวิธีแก้ปัญหาที่เลือกไว้ร่วมกัน และตกลองแก้ปัญหาด้วยวิธีนั้นข้อเสียของวิธีนี้คือ ไม่กล่าวถึงวิธีการนำไปปฏิบัติ หรือการทดสอบวิธีการแก้ปัญหาที่
เลือกไว้ก่อนนำไปใช้จริง แต่มีจุดเด่นตรงที่ชาวยสรางแนวทางการแก้ปัญหาที่หลากหลาย ที่ผู้ใช้เลือกได้โดยอิสระ
1.4 การแก้ปัญหาด้วยกระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศ การแก้ปัญหาที่ซับซ้อนด้วยวิธีการต่างๆ ที่กล่าวมาแล้ว ส่วนมากจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเข้าช่วยเพื่อเพิ่มความรวดเร็ว ถูกต้อง และสามารถทำซ้ำได้ง่าย ในกระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศเข้าช่วยแก้ปัญหา จำเป็นต้องปรับรูปแบบวิธีการทำงานให้เหมาะสมกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
วิธีการแก้ปัญหาด้วยกระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นวิธีคล้ายกับการแก้ปัญกาทางวิศวกรรมมาก แต่ในการนำระบบคอมพิวเตอร์ไปใช้ในการแก้ปัญหา หรือเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานใดๆ ก็ตาม จะต้องมีการวิเคราะห์ปัญหาและศึกษาความเป็นไปได้ให้รอบคอบเสียก่อน ทั้งนี้เนื่องจากคอมพิวเตอร์ไม่ใช้เครื่องมือวิเศษที่จะแก้ปัญหได้ทุกเรื่อง
นอกจากนี้ยังจะต้องมีการศึกษาถึงความคุ้มค่าในการลงทุน เพื่อไม่ให้เป็นการลงทุนที่เสียเปล่า ต้องเลือกวิธีการแก้ปัญหาให้เหมาะสมกับงาน จัดหาเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ไม่เกินความจำเป็น
การแก้ปัญหาด้วยกระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศ เหมาะกับระบบงานที่ต้องทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งซากและมีปริมาณงานมากหรืองานที่ต้องการความรวดเร็วในการคำนวณเกินกว่าคนธรรมดาจะทำได้ วิธีการโดยทั้วไปคือ ปรับเปลี่ยนวิธีการหรือระบบการทำงานแบบเดิม มาใช้ระบบงานที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ช่วยทำงานเป็นบางส่วน หรือทั้งหมด เท่าที่สามารถจะทำแทนคนได้
ดังนั้น การแก้ปัญหาด้วยกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ จึงต้องมีการสร้างระบบงานคอมพิวเตอร์ขึ้นมาช่วยทำงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ วิธีการโดยทั้วไป เราอาจไม่ต้องสร้างระบบงานทั้งหมดขึ้นใหม่ แต่พัฒนาระบบงานเดิมให้เป็นระบบงานที่ทำงานโดยคอมพิวเตอร์นิยมเรียกกันว่า การพัฒนาระบบงานคอมพิวเตอร์

1.4.1 ขั้นตอนการพัฒนาระบบงานคอมพิวเตอร์ ตามหลักวิชาว่าด้วยการวิเคราะห์และออกแบบระบบงาน (System analysis and design ) มีการจัดขั้นตอนการพัฒนาระบบงานคอมพิวเตอร์และสารสนเทศดังนี้
1. วิเคราะห์ระบบงานหรือปัญหา ( System or problem analysis ) รวมถึงรายละเอียดข้อมูลที่ต้องใช้ โดยการศึกษาระบบงานเดิมอย่างละเอียด
2. กำหนดรายละเอียดของความต้องการของผู้ใช้ระบบงาน ( Require-ments specification )
3. ออกแบบขั้นตอนวิธีการทำงานของระบบใหม่
4. ตรวจสอบขั้นตอนวิธีให้ได้ผลตามความต้องการ
5. ออกแบบโปรแกรม ( Program design )
6.เขียนชุดคำสั่ง ( Coding )
7. ทดสอบโปรแกรม ( Testing ) และหาที่ผิดพลาด ( Debuugging )
8. นำโปรแกรมและระบบงานไปใช้งานจริง ( Implementation oroperation )
9. บำรุงรักษา ติดตามผล แก้ไขปรับปรุง ( Software maintenance and improvement ) เพื่อให้ทันสมัยใช้ได้ตลอดไป จะเห็นว่าการพัฒนาระบบสารสนเทศ จำเป็นจะต้องรู้ขั้นตอนวิธีการทำงานของระบบเดิม ตามด้วยการหาวิธีการแก้ปัญหาโดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์และโปรแกรม จากนั้นจึงออกแบบวิธีการทำงานในระบบใหม่ให้ระเอียดซึ่งจะต้องมีการสร้างโปรแกรมคอมพิวเตอร์ขึ้นมาช่วยทำงานบางส่วน หรือทั้งหมด


1.4.2 ขั้นตอนการพัฒนาระบบงานโดยการจัดซื้อโปรแกรมสำเร็จรูป ในกรณีที่เราไม่ได้พัฒนาโปรแกรมเอง แต่เป็นการจัดซื้อโปรแกรมสำเร็จรูปมาใช้งาน เราอาจปรับเปลี่ยนขั้นตอนมาเป็นดังนี้
1. วิเคราะห์ปัญหาและระบบงานที่จะทำ ( System or problem analysis ) รวมถึงรายละเอียดข้อมูลที่มีอยุ่
2. กำหนดรายละเอียดของความต้องการของผู้ใช้ระบบงาน ( Require-ments specification )
3. ออกแบบขั้นตอนวิธีการทำงานของระบบใหม่
4. ตรวจสอบขั้นตอนวิธีว่าให้ผลตรงกับที่ต้องการ
5. จัดหาโปรแกรมที่ทำงานตรงตามความต้องการ โดยการซื้อหรือจ้างทำ
6. นำโปรแกรมและระบบงานไปใช้จริง ( Implementation oroperation )
7. บำรุงรักษาระบบ ติดตามผลและแก้ไขปรับปรุง ( Software mainte-mance and improvement )
1.5 เครื่องมือในการวิเคราะห์ขั้นตอนวิธีการแก้ปัญหา ในการออกแบบขั้นตอนวิธีการทำงานเพื่อการแก้ปัญหาต่างๆ หรือการเขียนโปรแกรม จำเป็นต้องใช้เครื่องมือบางอย่างช่วยในการออกแบบและวิเคราะห์วิธีการเพื่อให้ง่ายต่อการมองภาพกระบวนการทำงานของระบบ สามารถตรวจสอบหาที่ผิด รวมทั้งหาทางปรับปรุงให้ดีกว่าเดิมได้ เครื่องมือดังกล่าวที่ง่ายที่สุด ได้แก่ ผังงาน หรือโฟลชาร์ต ( Flowchart ) และรหัสจำลอง ( Pseudo Code )
1.5.1 ผังงาน ( Flowchart ) เป็นเครื่องมือช่วยออกแบบ และวิเคราะห์การทำงานของโปรอกรมแบบรูปภาพขั้นพื้นฐานที่สุด ช่วยให้สามารถมองเห็นภาพของความสัมพันธ์ระหว่างกระบวนการต่างๆ ของระบบงานหรือโปรแกรมได้ง่าย และสามารถตรวจสอบว่าวิธีการนั้น ถูกต้อง มีประสิทธิภาพในการทำงาน และมีความซับซ้อนหรือไม่ ทำให้นำไปเขียนเป็นโปรแกรมได้อย่างถูกต้องซึ่งเหมาะสมสำหรับผู้เริ่มต้นศึกษากลไกของโปรแกรมอย่างละเอียดรวมทั้งเพื่อเป็นการศึกษาคิดค้นขั้นตอนวิธี( algorithm ) ที่ละเอียดอ่อน และยังจัดว่าเป็นกระบวนการที่ไม่ใหญ่และซับซ้อนมากนัก ผังงานประกอบด้วยสัญลักษณ์
จุดเริ่มต้น / สิ้นสุดของโปรแกรม
ลูกศรแสดงทิศทางการทำงานของโปรแกรมและการไหลของข้อมูล
ใช้แสดงคำสั่งในการประมวลผล หรือการกำหนดค่าข้อมูลให้กับตัวแปร
แสดงการอ่านข้อมูลจากหน่วยเก็บข้อมูลสำรองเข้าสู่หน่วยความจำหลักภายในเครื่องหรือการแสดง ผลลัพธ์จากการประมวลผลออกมา
การตรวจสอบเงื่อนไขเพื่อตัดสินใจ โดยจะมีเส้นออกจารรูปเพื่อแสดงทิศทางการทำงานต่อไป เงื่อนไขเป็นจริงหรือเป็นเท็จ
แสดงผลหรือรายงานที่ถูกสร้างออกมา
แสดงจุดเชื่อมต่อของผังงานภายใน หรือเป็นที่บรรจบของเส้นหลายเส้นที่มาจากหลายทิศทางเพื่อ
จะไปสู่การทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งที่เหมือนกัน
การขึ้นหน้าใหม่ ในกรณีที่ผังงานมีความยาวเกินกว่าที่จะแสดงพอในหนึ่งหน้า
ปัจจุบันโปรแกรมช่วยเขียนผังงานทำให้เขียนได้ง่ายขึ้น เช่น SmartDraw ,Microsoft Visio 2002 ซึ่งหาข้อมูลและโปรแกรมตัวอย่างได้ที่เว็บไซต์ต่อไปนี้
http://www.smartdrae.com/resourcers/centers/flowcharts/index.htm
http://www.microsoft.com/office/visio/default.asp
1.5.2 รหัสลำลอง ( Pseudo Code ) เป็นเครื่องช่วยในการออกแบบระบบงานและโปรแกรมอีกแบบหนึ่ง โดยเขียนขั้นตอนวิธีเป็น ประโยคสั้นๆ กะทัดรัด แต่สื่อความหมายชัดเจน เรียงกันโดยมีหมายเลขกำกับแต่ละขั้นตอน ให้ทำงานตามลำดับหมายเลขและเงื่อนไขที่เขียนไว้ ตัวอย่างเช่น ถ้าต้องการออกแบบโปรแกรมให้พิมพ์ตัวเลขจาก 1ถึง โดยที เป็นตัวเลขใด ๆ ก็ได้ที่มากกว่าหรือเท่ากับ 1 เราอาจเขียนวิธีทำงาน ที่เรียกว่ารหัสจำลองได้ดังนี้
1. ป้อนค่า จากแป้นพิมพ์
2. กำหนดให้ตัวแปร เป็นตัวเลขที่จะต้องพิมพ์ เริ่มต้นที่ I = 1
3. พิมพ์ค่า ที่กระดาษของเครื่องพิมพ์
4. ตรวจสอบว่า I = N แล้วหรือไม่
5. ถ้า ไม่เท่ากับ ให้เพิ่มค่า I = I+1 จากนั้นกลับไปทำตามขั้นตอนที่ 3
6. ถ้า I = N แสดงว่างานเสร็จแล้ว จบโปรแกรม
ให้สังเกตขั้นตอนที่ 5 เมื่อทำมาถึงขั้นนี้ และ ไม่เท่ากับ เราต้องย้อนกลับไปทำขั้นที่ 3 เรื่อยๆเป็นการวน (Looping ) จนกว่า จะเท่ากับ เมื่อ I = N เราจะลงไปทำขั้นตอนที่ 6 ซึ่งเป็นการจบงาน
สำหรับผู่ผึกจนชำนาญแล้ว อาจเขียนผังงาน หรืออาจใช้รหัสจำลองอย่างเดียวก็ได ้แต่การมองเห็นภาพระบบงานของรหัสจำลองมีน้อยกว่า อาจเข้าใจยากและไม่ค่อยสร้างความประทับใจเวลานำเสนอต่อมวลชน